ลงทะเบียนรับสิทธิ
ส่วนลดสูงสุด 50%
ทุกปัญหา… มีคำตอบ ปรึกษาเอฟ คลินิกสิคะ

การเสริมจมูก แบบโอเพ่น (Open Technique)

การเสริมจมูกด้วยเทคนิคแบบเปิด หรือเสริมจมูก แบบโอเพ่นนั้น เป็นการเปิดแผลใต้ฐานจมูก ศัลยแพทย์จะทำการกรีดผ่าจมูกเป็นแนวดิ่ง จนเห็นแกนจมูก แยกเนื้อและผิวหนังออกจากโครงสร้างจมูก ศัลยแพทย์จะเห็นโครงสร้างของจมูกได้ชัดเจน สามารถปรับแต่ง แก้ไขได้มากกว่าการผ่าตัดแบบปิด (Close Rhinoplasty) การผ่าตัดแบบเปิด สามารถแก้ไขกรณีจมูกสั้น (โดยการเสริมซิลิโคนร่วมกับการนำกระดูกอ่อนในจมูก/กระดูกอ่อนหลังใบหูมาเสริม เพื่อให้จมูกยาวขึ้น ป้องกันการทะลุและเสริมปลายหยดน้ำ) กรณีจมูกคดทำให้ตรงได้ (โดยการตัดแต่งโครงจมูกที่คดให้ตรง) และจมูกใหญ่ทำให้เล็กเรียวได้ (โดยการตัดแต่งเนื้อด้านในจมูก) โดยทั่วไปแล้วจะมีการผ่าตัดจมูกร่วมกับการนำกระดูกอ่อนจากที่ต่างๆ เช่น กระดูกอ่อนหลังใบหูมาใช้ร่วมด้วยค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่าอย่างเรานี่จำเป็นต้องใช้เทคนิคแบบเปิด เสริมจมูก แบบโอเพ่นหรือเปล่าลองดูนะครับว่าจมูกเรามีลักษณะแบบนี้บ้างไหม?

1. เนื้อจมูกน้อยและจมูกสั้น( คนไข้อาจสับสนอยู่บ้างว่าเนื้อจมูกน้อยนี่เป็นยังไงหรือจมูกสั้นคือสั้นแบบไหนแนะนำว่าให้หมอช่วยวิเคราะห์ให้นะครับ )

2.กระดูกคดเบี้ยวเสียรูป

3.ผ่าตัดเสริมจมูกมาก่อนแล้วเกิดความผิดพลาดอยากแก้จมูก

4..เสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์มาก่อนเกิดการเสียรูปต้องการแก้ไขต้องขูดฟิลเลอร์ออก

5.จมูกมีฮัมพ์ คือ กระดูกที่นูนขึ้นมาบริเวณแนวกระดูก มีลักษณะนูนคล้ายหลังอูฐ

ถ้าใครเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งใน 4 ลักษณะด้านบน แนะนำเป็นการผ่าตัดแบบเปิด

ข้อดี

  • ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดแก้ไขปัญหาจมูกได้ดีกว่า สมบูรณ์กว่า เพราะสามารถเห็นถึงโครงสร้างภายในจมูกได้ดีกว่า
  • ศัลยแพทย์สามารถตกแต่งปลายจมูกโดยการใช้กระดูกอ่อนหรือเนื้อเยื่อสังเคราะห์ เพื่อให้จมูกสวยเนียนเป็นธรรมชาติ ป้องกันการทะลุในอนาคต
  • มีโอกาสที่จมูกจะเอียงหรือเบี้ยวน้อยกว่า

ข้อเสีย

  • มีแผลเป็นที่มองเห็นได้ถ้าเงยหน้าขึ้น เป็นการผ่าตัดทำได้ยากกว่า (เพราะรายละเอียดมากกว่า) ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า
  • การผ่าตัดในบางครั้งต้องใช้การดมยาสลบด้วย
  • ราคาสูงกว่าการเสริมจมูกแบบปิด

7 เหตุผลที่ต้องเสริมจมูก แบบโอเพ่นที่ เอฟคลินิก

1. เสริมจมูกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเฉพาะทาง โดยนายแพทย์และเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

2. ใช้ซิลิโคนชนิดที่ดีที่สุดได้รับมาตรฐานจาก USA“นิ่มบิดได้” ปลอดภัย 100% อยู่ได้ตลอดชีวิต

3. ไม่ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูป ศัลยแพทย์จะเหลาเองให้ได้รูปทรงที่เข้ากับใบหน้า

4. อาการบวมเขียวช้ำ หายเร็วใน 1 – 3 วัน

5. รู้สึกเจ็บน้อยเนื่องจากเราใช้ยาชาชนิดพิเศษ

6. ห้องผ่าตัดมาตรฐาน สะอาด และปลอดเชื้อ มีอุปกรณ์ตรวจการทำงานสัญญาณชีพ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉิน

7. ใช้เทคนิคการผ่าตัดที่ไม่ทำให้มีแผลเป็น ทั้งแบบปิดและแบบเปิด

เตรียมตัวก่อนเสริมจมูก แบบโอเพ่นที่ เอฟคลินิก

1. งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์

2. งดยาแก้ปวด งดลดกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด

3. งดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ ทำให้เกิดอาการเลือดหยุดไหลช้า ส่งผลให้หมอผ่าตัดยากและจากหลังผ่าจะมีรอยบวมช้ำเขียว

4. งดของแสลงจำพวกของดอง น้ำอัดลม รวมถึงอาหารทะเล อย่างน้อย 1 สัปดาห์

5. ตรวจสุขภาพให้ละเอียดก่อนหรือหากเรารู้ตัวว่ามีโรคประจำตัว มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคต่างๆ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงหลังการผ่าตัด เช่น แผลติดเชื้อมากกว่าคนปกติ

การเตรียมตัวในวันผ่าตัดเสริมจมูก

1. งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ในกรณีที่ต้องดมยาสลบ

2. ทานอาหารเบาๆ ก่อนเวลาผ่าตัดช่วง4-6 ชั่วโมง ในกรณีที่ไม่ดมยาสลบแต่ใช้วิธีการฉีดยาชา

3. งดแต่งหน้า ล้างหน้า และแคะจมูกให้สะอาด

5 อย่างที่ควรเตรียมไว้ใช้หลังจากเสริมจมูก

1. หมอนรองคอ

2. ผ้าเย็น หรือ ผ้าขนหนู/แผ่นทำความสะอาด สำหรับเช็ดหน้า

3. คอตตอนบัด หรือ ไม้พันสำลี

4. เสื้อที่เป็นแบบติดกระดุม

5. น้ำเกลือล้างแผล

10 ข้อห้ามหลังจากเสริมจมูก

1. หลีกเลี่ยงการโดนแผล ห้ามจับ แกะ แคะ แงะ หรือกระแทก เพื่อให้อาการหลังผ่าตัดเสริมจมูกกลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด

2. ใส่เสื้อมีกระดุมหน้า ที่สามารถใส่และถอดได้ง่าย เพื่อลดการสัมผัสของจมูกในการเปลี่ยนเสื้อ

3. ประคบเย็นติดต่อกันหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกต่อเนื่อง 3 วัน จากนั้นประคบอุ่น เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

4. งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด

5. ทานยาตามที่แพทย์จัดให้ตรงตามเวลาอย่างเคร่งคัดและทานต่อเนื่องจนกว่ายาจะหมด

6. งดแต่งหน้า

7. ห้ามกินอาหารจำพวกของหมักดอง เนื่องจากจะทำให้แผลหายช้า

8. งดออกกำลังกายประเภทที่มีความเสี่ยงต่อการปะทะหรือการกระแทก

9. หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองและควันเยอะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ที่จะทำให้เกิดการแพ้อากาศ รวมถึงอาการไอ จาม และสั่งน้ำมูก
10. งดกิจกรรมเสริมความงามเกี่ยวกับใบหน้า เช่น กดสิว, ทำทรีทเม้นท์ ยิงเลเซอร์ให้ผิวหน้า การใช้มือกด นวด การใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนใบหน้าหรือใกล้เคียงกับบริเวณจมูก ในขณะที่แผลยังไม่หายดี อาจทำให้เกิดการอักเสบและเป็นอันตรายต่อตัวคุณเองได้

ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ลงทะเบียนรับสิทธิ
ส่วนลดสูงสุด 50%
ทุกปัญหา… มีคำตอบ ปรึกษาเอฟ คลินิกสิคะ