fbpx

ลงทะเบียนรับสิทธิก่อนใคร






    การเสริมจมูก แบบโอเพ่น (Open Technique)

    การเสริมจมูกด้วยเทคนิคแบบเปิด หรือเสริมจมูก แบบโอเพ่นนั้น เป็นการเปิดแผลใต้ฐานจมูก ศัลยแพทย์จะทำการกรีดผ่าจมูกเป็นแนวดิ่ง จนเห็นแกนจมูก แยกเนื้อและผิวหนังออกจากโครงสร้างจมูก ศัลยแพทย์จะเห็นโครงสร้างของจมูกได้ชัดเจน สามารถปรับแต่ง แก้ไขได้มากกว่าการผ่าตัดแบบปิด (Close Rhinoplasty) การผ่าตัดแบบเปิด สามารถแก้ไขกรณีจมูกสั้น (โดยการเสริมซิลิโคนร่วมกับการนำกระดูกอ่อนในจมูก/กระดูกอ่อนหลังใบหูมาเสริม เพื่อให้จมูกยาวขึ้น ป้องกันการทะลุและเสริมปลายหยดน้ำ) กรณีจมูกคดทำให้ตรงได้ (โดยการตัดแต่งโครงจมูกที่คดให้ตรง) และจมูกใหญ่ทำให้เล็กเรียวได้ (โดยการตัดแต่งเนื้อด้านในจมูก) โดยทั่วไปแล้วจะมีการผ่าตัดจมูกร่วมกับการนำกระดูกอ่อนจากที่ต่างๆ เช่น กระดูกอ่อนหลังใบหูมาใช้ร่วมด้วยค่ะ

    ถ้าอยากรู้ว่าอย่างเรานี่จำเป็นต้องใช้เทคนิคแบบเปิด เสริมจมูก แบบโอเพ่นหรือเปล่าลองดูนะครับว่าจมูกเรามีลักษณะแบบนี้บ้างไหม?

    1. เนื้อจมูกน้อยและจมูกสั้น( คนไข้อาจสับสนอยู่บ้างว่าเนื้อจมูกน้อยนี่เป็นยังไงหรือจมูกสั้นคือสั้นแบบไหนแนะนำว่าให้หมอช่วยวิเคราะห์ให้นะครับ )

    2.กระดูกคดเบี้ยวเสียรูป

    3.ผ่าตัดเสริมจมูกมาก่อนแล้วเกิดความผิดพลาดอยากแก้จมูก

    4..เสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์มาก่อนเกิดการเสียรูปต้องการแก้ไขต้องขูดฟิลเลอร์ออก

    5.จมูกมีฮัมพ์ คือ กระดูกที่นูนขึ้นมาบริเวณแนวกระดูก มีลักษณะนูนคล้ายหลังอูฐ

    ถ้าใครเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งใน 4 ลักษณะด้านบน แนะนำเป็นการผ่าตัดแบบเปิด

    ข้อดี

    • ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดแก้ไขปัญหาจมูกได้ดีกว่า สมบูรณ์กว่า เพราะสามารถเห็นถึงโครงสร้างภายในจมูกได้ดีกว่า
    • ศัลยแพทย์สามารถตกแต่งปลายจมูกโดยการใช้กระดูกอ่อนหรือเนื้อเยื่อสังเคราะห์ เพื่อให้จมูกสวยเนียนเป็นธรรมชาติ ป้องกันการทะลุในอนาคต
    • มีโอกาสที่จมูกจะเอียงหรือเบี้ยวน้อยกว่า

    ข้อเสีย

    • มีแผลเป็นที่มองเห็นได้ถ้าเงยหน้าขึ้น เป็นการผ่าตัดทำได้ยากกว่า (เพราะรายละเอียดมากกว่า) ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า
    • การผ่าตัดในบางครั้งต้องใช้การดมยาสลบด้วย
    • ราคาสูงกว่าการเสริมจมูกแบบปิด

    7 เหตุผลที่ต้องเสริมจมูก แบบโอเพ่นที่ เอฟคลินิก

    1. เสริมจมูกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเฉพาะทาง โดยนายแพทย์และเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

    2. ใช้ซิลิโคนชนิดที่ดีที่สุดได้รับมาตรฐานจาก USA“นิ่มบิดได้” ปลอดภัย 100% อยู่ได้ตลอดชีวิต

    3. ไม่ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูป ศัลยแพทย์จะเหลาเองให้ได้รูปทรงที่เข้ากับใบหน้า

    4. อาการบวมเขียวช้ำ หายเร็วใน 1 – 3 วัน

    5. รู้สึกเจ็บน้อยเนื่องจากเราใช้ยาชาชนิดพิเศษ

    6. ห้องผ่าตัดมาตรฐาน สะอาด และปลอดเชื้อ มีอุปกรณ์ตรวจการทำงานสัญญาณชีพ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉิน

    7. ใช้เทคนิคการผ่าตัดที่ไม่ทำให้มีแผลเป็น ทั้งแบบปิดและแบบเปิด

    เตรียมตัวก่อนเสริมจมูก แบบโอเพ่นที่ เอฟคลินิก

    1. งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์

    2. งดยาแก้ปวด งดลดกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด

    3. งดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ ทำให้เกิดอาการเลือดหยุดไหลช้า ส่งผลให้หมอผ่าตัดยากและจากหลังผ่าจะมีรอยบวมช้ำเขียว

    4. งดของแสลงจำพวกของดอง น้ำอัดลม รวมถึงอาหารทะเล อย่างน้อย 1 สัปดาห์

    5. ตรวจสุขภาพให้ละเอียดก่อนหรือหากเรารู้ตัวว่ามีโรคประจำตัว มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคต่างๆ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงหลังการผ่าตัด เช่น แผลติดเชื้อมากกว่าคนปกติ

    การเตรียมตัวในวันผ่าตัดเสริมจมูก

    1. งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ในกรณีที่ต้องดมยาสลบ

    2. ทานอาหารเบาๆ ก่อนเวลาผ่าตัดช่วง4-6 ชั่วโมง ในกรณีที่ไม่ดมยาสลบแต่ใช้วิธีการฉีดยาชา

    3. งดแต่งหน้า ล้างหน้า และแคะจมูกให้สะอาด

    5 อย่างที่ควรเตรียมไว้ใช้หลังจากเสริมจมูก

    1. หมอนรองคอ

    2. ผ้าเย็น หรือ ผ้าขนหนู/แผ่นทำความสะอาด สำหรับเช็ดหน้า

    3. คอตตอนบัด หรือ ไม้พันสำลี

    4. เสื้อที่เป็นแบบติดกระดุม

    5. น้ำเกลือล้างแผล

    10 ข้อห้ามหลังจากเสริมจมูก

    1. หลีกเลี่ยงการโดนแผล ห้ามจับ แกะ แคะ แงะ หรือกระแทก เพื่อให้อาการหลังผ่าตัดเสริมจมูกกลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด

    2. ใส่เสื้อมีกระดุมหน้า ที่สามารถใส่และถอดได้ง่าย เพื่อลดการสัมผัสของจมูกในการเปลี่ยนเสื้อ

    3. ประคบเย็นติดต่อกันหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกต่อเนื่อง 3 วัน จากนั้นประคบอุ่น เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

    4. งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด

    5. ทานยาตามที่แพทย์จัดให้ตรงตามเวลาอย่างเคร่งคัดและทานต่อเนื่องจนกว่ายาจะหมด

    6. งดแต่งหน้า

    7. ห้ามกินอาหารจำพวกของหมักดอง เนื่องจากจะทำให้แผลหายช้า

    8. งดออกกำลังกายประเภทที่มีความเสี่ยงต่อการปะทะหรือการกระแทก

    9. หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองและควันเยอะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ที่จะทำให้เกิดการแพ้อากาศ รวมถึงอาการไอ จาม และสั่งน้ำมูก
    10. งดกิจกรรมเสริมความงามเกี่ยวกับใบหน้า เช่น กดสิว, ทำทรีทเม้นท์ ยิงเลเซอร์ให้ผิวหน้า การใช้มือกด นวด การใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนใบหน้าหรือใกล้เคียงกับบริเวณจมูก ในขณะที่แผลยังไม่หายดี อาจทำให้เกิดการอักเสบและเป็นอันตรายต่อตัวคุณเองได้

    ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

    ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

    ลงทะเบียนรับสิทธิก่อนใคร