ลงทะเบียนรับสิทธิ
ส่วนลดสูงสุด 50%
ทุกปัญหา… มีคำตอบ ปรึกษาเอฟ คลินิกสิคะ

ศัลยกรรมเสริมคาง

โดยปกติทั่วไปแล้วคนไทยและคนเอเชียจำนวนมากมักจะมีลักษณะคางที่สั้นจนผิดรูป ทำให้ใบหน้าดูสั้นไม่สมส่วน ไม่สวย การเสริมคางถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น การเสริมคางเป็นการเสริม แต่งใบหน้าให้สมส่วน กลมกลืน ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มีคางเล็ก ใหญ่ ที่ไม่ได้สัดส่วน หรือปรับคางถดถอยไปด้านหลังมากเกินไป ให้กลับมาสวยงามได้ รูปทรง คาง เป็นจุดหนึ่งที่สำคัญของความงามบนใบหน้า

F Clinic อยากให้คุณผู้หญิงเชื่อมั่นในความปลอดภัย และมาตรฐานการผ่าตัด ที่ได้คัดสรรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นศัลยแพทย์ไว้ค่อยให้คำปรึกษาเพื่อการประเมินที่ถูกต้องก่อนการผ่าตัด รวมทั้งทีมงานพยาบาล และพนักงานที่ให้บริการ ดูแลคุณผู้หญิงตั้งแต่ก่อนได้รับการผ่าตัดและหลังการผ่าตัด คุณภาพเครื่องมือ อุปกรณ์การผ่าตัด ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งท่านสามารถวางใจใน F Clinic ในการเนรมิตคางสวยให้โดดเด่น

เสริมคาง
วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน : ซิลิโคนสำหรับการนำมาเสริมนั้น FClinic เลือกใช้ซิลิโคนนิ่มพิเศษ มีความยืดหยุ่นสูง และผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับคางของมนุษย์จริงๆ ซิลิโคนได้ถูกมีการนำมาใช้ในวงการศัลยกรรมตกแต่งมาช้านาน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความทนทาน ปลอดภัยสูง และไม่มีผลข้างเคียงอาการแพ้ใดๆ

วิธีการผ่าตัดเสริมคางของ F clinic

วิธีที่ 1. การผ่าตัดลงด้านนอก เป็นการผ่าตัดบริเวณใต้คาง แต่ไม่ค่อยนิยม เนื่องจากเห็นแผลด้านอก แต่ก็มีข้อดี คือ โอกาสติดเชื้อจะน้อยกว่าการผ่าตัดด้านใน

เสริมคาง

ข้อดี

1. มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก

2. กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง

3. เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย

4. สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อเสีย

1. มีแผลเป็นเล็กน้อย ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร

2. การเปิดแผลภายนอกไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

วิธีที่ 2. การผ่าตัดลงในปาก  เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในปาก บริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. หลังจากนั้น ก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้วจึงจะวางแท่งซิลิโคน เข้าไปให้พอดีตรงตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้เลย

เสริมคาง

ข้อดี

1. ไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก

ข้อเสีย

1. แม้มองไม่เห็นแผลภายนอก แต่แผลในปากที่อยู่ติดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยและเห็นชัด

2. มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะในช่องปากมีน้ำลายตลอดเวลา และตอนทานอาหาร เศษอาหารอาจตกลงไปตามขอบแผลได้

3. การวางซิลิโคนไว้ให้ติดกับกระดูกกรามล่างนั้น มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้

4. อาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจากภายนอก ผิวหนังอาจดูไม่เรียบเนียนได้

5. มีพื้นที่ในการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด ต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อช้ำและมีเลือดออกมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก

6. เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากขึ้น

ใคร? ที่ควรศัลยกรรมเสริมคาง

1. คนที่มีอาการสบฟันผิดปกติ คางยื่นออกมาข้างหน้า

2. คนที่คางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน

3. คนที่โครงหน้าไม่ได้รูป กรามและคางไม่สมส่วน

4. คนที่ใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่นๆ

4 เหตุผลที่เสริมคางกับที่ เอฟคลินิก

1. ออกแบบและวิเคราะห์คางให้ความสวยงามตามความเหมาะสมของรูปหน้า เพื่อให้ได้โครงหน้าสวยได้รูปสมบูรณ์แบบที่สุด

2. มั่นใจ ปลอดภัย โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

3. เรามีระบบการดูแลหลังผ่าตัดสำหรับผู้ที่เสริมคางโดยเฉพาะ เนื่องจากการเสริมคางจะต้องดูแลหลังผ่าตัดในช่วงอาทิตย์แรกเป็นพิเศษ เพื่อลดอาการบวมช้ำ และอาการอักเสบ ระบบนี้จะช่วยให้คุณพักฟื้นในระยะเวลาที่ไม่นาน

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคางที่ เอฟคลินิก

เพื่อให้การผ่าตัดศัลยกรรมได้ผลดี ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดควรเตรียมตัว ดังนี้

1. ไม่ต้องอดอาหาร เนื่องจากเป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องดมยาสลบ แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ป้องกันอาการแน่นอึดอัดท้องระหว่างการผ่าตัด

2. งดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด หยุดรับประทานสมุนไพรวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 3-5 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ

3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณใบหน้า ซึ่งถ้าหากการล้างหน้าไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

4. แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากให้พร้อมก่อนการผ่าตัด

5. งดหรือเลิกสูบบุหรี่ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะมีผลต่อการหายของแผล ทำให้แผลหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

6. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในคืนก่อนผ่าตัด และ 1สัปดาห์หลังผ่าตัด

7. แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยารับประทาน ยาชา หรือยาสลบ ให้แพทย์ทราบ

8. เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ตื่นเต้นมากกว่าความเป็นจริง และควรรับทราบว่าหลังการผ่าตัดมีโอกาสเกิดรอยช้ำและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าที่หรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

1. ในช่วง 3 วันหลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวมโดยวางถุงประคบรอบๆ คาง

2. แนะนำในช่วง 1 อาทิตย์แรกให้เข้ามาที่คลินิกเพื่อทำการล้างทำความสะอาดแผลทุกวันเพื่อป้องกันการสะสมของเศษอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื่อ และอักเสบ

3. ในช่วงวันที่ 4 – 6 หลังผ่าตัด แนะนำให้ประคบร้อนด้วยไข่ต้มเพื่อลดลดอาการบวมช้ำบริเวณรอบๆ คาง

4. นอนศีรษะสูง และห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะเนื่องจากอาจไปกดทับบริเวณคางที่ยังอักเสบอยู่

5. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัด

6. ขณะรับประทานอาหารในช่วง 1 อาทิตย์แรกแนะนำให้ทานโดยหลอดดูดอาหาร เพื่อป้องกันเศษอาหารตกลงไปในบริเวณแผล

7. มาตามนัดที่ได้รับจากทางคลินิก ห้ามแกะพลาสเตอร์ หรือตัดไหมออกเองก่อนกำหนด

8. ทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าเปียกเช็ด หรือทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนการล้างหน้า

9. อาการบวมเขียวช้ำอาจมีขึ้นได้หลังผ่าตัด โดยเฉพาะในช่วง 1-2 อาทิตย์แรก และจะดีขึ้นเรื่อยๆ ใน 3-4 เดือนกว่าเนื้อเยื่อจะกลับมาใกล้เคียงปกติ บางรายอาจต้องใช้เวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปี

10. หลีกเลี่ยงการก้มหน้ามากๆ เช่น นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอมฯ ยกของหนัก ส่ายหน้าหรือเอียงหน้าแรงๆ โดยเฉพาะ 2 อาทิตย์แรก

11. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา และสูบบุหรี่ประมาณ 3 เดือน

12. หลีกเลี้ยงการทานอาหารทะเล ของหมักของดอง อาหารรสจัด และอาหารที่คบเคี้ยวยากในช่วง 1 เดือนแรก

13. สามารถออกกำลังกายหนักๆ เช่น วิ่ง หรือว่ายน้ำ ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป

14. หากมีความผิดปกติอื่นๆ สามารถมาปรึกษาที่คลินิกได้ทันที

โดยปกติแล้ว FClinic เราจะแนะนำให้เสริมแผลใน เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นด้านนอกที่สามารถสังเกตุเห็นได้ง่าย และเสี่ยงต่อการเป็นแผลคีรอยด์ต่อไปในอนาคต แต่ทั้งนี้การเสริมแผลในปาก คนไข้จะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษโดยเฉพาะเวลาทานอาหาร จะต้องระวังไม่ให้เศษอาหารลงไปติดในแผลในช่วง 2 อาทิตย์แรก เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้คะ

เสริมคางที่ F Clinic แผลจะอยู่ภายในปาก หรือนอกปากคะ

หลังเสริมคางในช่วง 1 อาทิตย์ คุณหมอของ FClinic จะนัดให้คนไข้มาล้างแผลทำความสะอาด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งทางคลินิกแนะนำให้คนไข้มาทำความสะอาดแผลที่คลินิกจะดีกว่าคะ เพราะพยาบาลผู้ดูแลมีความเชี่ยวชาญในการดูแลแผล สามารถทำความสะอาดเศษอาหารที่ตกค้างได้ละเอียด และป้องกันการล้างแผลที่ไม่ถูกวิธี ที่จะทำให้ไหมที่เย็บไว้หลุดออก หรือเกิดแผลฉีกได้

หลังเสริมคางล้างแผลที่บ้านเองได้หรือไม่?

การเสริมด้วยซิลิโคนจะได้รูปทรงที่ชัดเจนมากกว่าการเสริมด้วยไขมัน แต่จะมีแผลผ่าตัด และใช้เวลาในการพักฟื้นมากกว่าการเสริมแบบไขมัน เหมาะสำหรับคนไข้ที่คางสั้น ส่วนในการเสริมแบบใช้ไขมันตัวเองนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางอยู่แล้ว แต่คางเป็นรอยบุ๋มลงไป หรือต้องการปรับแต่งรูปคางเล็กเพียงเล็กน้อย และไม่ต้องการใช้เวลาพักฟื้นนานคะ

เสริมด้วยซิลิโคน กับไขมันต่างกันอย่างไร

ระยะเวลาการผ่าตัดโดยประมาณ 1 ชั่วโมง

ใช้เวลาในการผ่าตัดนานแค่ไหน?

หลังผ่าตัดคนไข้สามารถกลับไปนอนพักรักษาตัวที่บ้านได้ และกลับมาพบแพทย์เพื่อติดตามผลภายใน 7 วันหลังผ่าตัด สามารถกลับมาประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติหลังผ่าตัดแล้วประมาณ 10 วัน

พักฟื้นนานแค่ไหน?

คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกตึงที่บริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการนี้จะค่อยๆหายไปเองหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ ระหว่างนี้ควรรับประทานอาหารอ่อนเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของบาดแผล และทานยาแก้ปวดและลดบวมได้

ผลลัพธ์ที่ได้จากการเสริมคาง

ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ลงทะเบียนรับสิทธิ
ส่วนลดสูงสุด 50%
ทุกปัญหา… มีคำตอบ ปรึกษาเอฟ คลินิกสิคะ

Don`t copy text!