Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInEmail this to someone
Want create site? Find Free WordPress Themes and plugins.

สลายไขมันเฉพาะจุด Meso Fat

เทคนิกการผลักวิตามินเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ เป็นวิธีการลดไขมันและเซลลูไลท์เฉพาะที่โดยไม่ต้องผ่าตัดนั่นเอง

หลักการของเมโสแฟตคือ การฉีดสาร Phosphatidylcholine ที่สกัดจากถั่วเหลือง วิตามิน ไข่แดง และแร่ธาตุต่างๆ ลงไปใต้ผิวหนังบริเวณที่มีการสะสมของไขมัน สารเหล่านี้จะเข้าไปทำหน้าที่สลายไขมันตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ผนังไขมันแตกตัวออกแล้วจับตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ จากนั้นสลายออกเป็นไขมันเหลวและถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ เป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและระบบต่อมน้ำเหลือง จึงทำให้เนื้อเยื่อโดยรอบแข็งแรงและกระชับขึ้น โดยปริมาณที่ฉีดขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการ เช่น อาจจะใช้ 0.2-0.5 cc. ห่างกันทุก 1-2 ตารางเซนติเมตร โดยฉีดลึกเข้าไปในชั้นไขมันตั้งแต่ 0.1-12 มิลลิเมตร

นิยมฉีด Meso Fat ที่บริเวณใดบ้าง

  1. ลดไขมันที่แก้มให้หน้าเรียวเล็ก
  2. ลดไขมันที่คาง (เหนียง)
  3. ลดไขมันที่ต้นแขน ต้นขา
  4. ลดไขมันหน้าท้อง
  5. ลดไขมันที่จมูก (บาน) ทำให้เล็กลง
  6. ลดไขมันที่หนังตาบน ส่งผลให้ตาหย่อนคล้อย
  7. ลดไขมันที่น่อง

ขั้นตอนการฉีด Meso Fat

แพทย์ผสมยาและฉีดเข้าไปบริเวณที่จะสลายไขมัน ในปริมาณสารที่ฉีด 0.2-0.5 cc. ฉีดลึกประมาณ 5-10 มิลลิเมตร โดยแต่ละจุดห่างกันอย่างน้อย 2 เซนติเมตร และฉีดซ้ำทุกๆ 5-7 วัน หลังจากฉีดแล้ว ไขมันจะเริ่มหดตัวหรือลดจำนวนเซลล์ไขมันลง 10-20% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และไขมันจะสลายตัว 50-80% เมื่อทำครบคอร์ส

ผู้ที่ไม่ควรฉีด Meso Fat

  1. สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  2. มีประวัติเป็นโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติ เช่น เส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน โรคมะเร็ง
  3. ความดันโลหิตต่ำ
  4. เป็นโรคหัวใจ
  5. เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
  6. เป็นโรคติดเชื้อหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

การดูแลตัวเองหลังฉีด Meso Fat

  1. พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร เพราะไขมันเหลวที่โดนสลายด้วยการฉีดเมโสแฟต จะถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยขับไขมันส่วนเกินที่สลายให้ออกจากร่างกายได้มากขึ้น
  2. อาจมีรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีดสลายไขมันบ้างหากโดนเส้นเลือดฝอยเล็กๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการนวดตัว อบซาวน่า และการทำทรีทเม้นท์ใดๆ หลังทำประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดการฟกช้ำให้น้อยลง
  3. อาจมีอาการบวมน้ำยาเป็นเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อหายแล้วจะไม่มีรอยใดๆ ผิวหนังจะยุบเอง ไม่เป็นคลื่น ผิวไม่เป็นรอยบุ๋ม
    งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
  4. ควรออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือแอโรบิค อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับ ช่วยรีดไขมันให้ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของไขมันใหม่
  5. การทำเมโสแฟตจะไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร เพราะฉะนั้น คนไข้ควรหลีกเลี่ยงของมัน ของทอด บุฟเฟต์ แต่ให้ทานผัก ผลไม้ รวมถึงอาหารประเภทต้มหรือนึ่งให้มากขึ้น และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไขมันส่วนเกินจะได้ไม่กลับมาสะสมอีก

ลงทะเบียนรับโปรโมชั่นสุดคุ้ม

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.